Category: ข่าวสาร

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียว ทำไมถึงต้องไปให้ได้แล้วมีอะไรน่าสนใจ

โตเกียว ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจมากมายด้วยเหตุนี้ทำให้เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นจัดว่าเป็นเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์อันน่าสนใจอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด จากสิ่งเหล่านี้เองทำให้คนที่อยู่ภายนอกได้สัมผัสและเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับคนญี่ปุ่นได้มากยิ่งขึ้น ยิ่งพิพิธภัณฑ์ประเภทที่มีงานแสดงร่วมสมัยด้วยแล้วยิ่งเป็นที่น่าสนใจมากเข้าไปอีกเพราะเป็นเหมือนการรวบรวมเอาศิลปวัฒนธรรมทั้งจากอดีตและปัจจุบันมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว นั่นจึงเป็นเหตุให้พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียวเป็นอีกพิพิธภัณฑ์หนึ่งของกรุงโตเกียวที่ใครไปก็ต้องห้ามพลาด

ความน่าสนใจของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียว

Tokyo Japan in art

แค่มองเห็นแต่ไกลๆ ก็จะพบได้ถึงความน่าสนใจของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียวแล้วเมื่อตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ถือเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ถูกแวดล้อมด้วยศิลปะจัดวางที่ควรค่ากับการชื่นชมถึงที่สุด เริ่มต้นด้วยความผ่อนคลายและตั้งหลักกันที่ลานโถงของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กันก่อนเพื่อให้การปรับอารมณ์สำหรับการชมงานศิลปะเป็นไปอย่างเหมาะสม เมื่อพร้อมแล้วก็เริ่มต้นจากการชมนิทรรศการพิเศษซึ่งปกติแล้วที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีให้ชมอยู่ประมาณ 2-3 นิทรรศการขึ้นอยู่กับช่วงเวลา แล้วก็มาต่อกันด้วยนิทรรศการหลัก แม้ว่าพิพิธภัณฑ์เหล่านี้จะเต็มไปด้วยศิลปะของญี่ปุ่นแต่ก็มีการนำผลงานอันแสนมีคุณค่าจากต่างประเทศเข้ามาให้ได้รับชมกันด้วย เช่น มาริลิน มอนโร ที่ถือว่าเป็นผลงานระดับตำนานของ แอนดี้ วอร์ฮอล ซึ่งนิทรรศการพิเศษของชาวต่างชาติก็มีจัดประจำกันอยู่ที่นี่ด้วย ความพิเศษที่เรียกว่าน่าสนใจสุดๆ ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียวก็คือการที่คุณเดินเข้ามายังพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คุณจะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเมื่อคุณเดินเข้าไปในนิทรรศการแล้วจะต้องเจอกับอะไรบ้าง อยู่ดีๆ คุณอาจลงไปนอนราบอยู่กับพื้นจากนั้นก็เงยหน้าแหงนมองภาพวีดีโออาร์ตทรงเสน่ห์ที่ติดอยู่บนผนังหรือเพดาน การที่ต้องหาทางออกจากเขาวงกต หรือการแก้ปัญหาภาพลวงตาในห้องที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ

ความแตกต่างระหว่างศิลปะร่วมสมัยของญี่ปุ่นกับยุโรปก็คือด้านของความคิด สำหรับญี่ปุ่นจะเน้นเรื่องของอารมณ์ สีสัน ที่ให้ความน่าอัศจรรย์ ไม่จำเป็นต้องคิดให้ลึกซึ้งอะไรมากแต่มีความสุขกับสิ่งที่ได้สัมผัสนั่นก็เพียงพอแล้ว สำหรับตัวนิทรรศการหลักของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียวจะเป็นงานที่ค่อนข้างทรงพลังอันพร้อมมอบประสบการณ์ดีๆ ให้กับผู้ที่มาเยือนทุกคน รับรองได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความน่าสนใจที่คุณจะต้องอยากเข้าไปสัมผัสด้วยตนเองกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียวอย่างแน่นอนแล้วคุณจะเข้าใจว่าศิลปะร่วมสมัยมันมีความหมายขนาดไหน

บอนไซ งานศิลปะในกระถางของญี่ปุ่น เป็นยังไง

เมื่อพูดถึงต้นบอนไซคิดว่าหลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่านี่คือ ต้นไม้สวยงามอันมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นแต่จริงๆ แล้วความเป็นบอนไซถือเป็นสิ่งที่มีค่าในด้านศิลปะมากกว่าแค่การปลูกธรรมดา เพราะคนญี่ปุ่นหลายคนนั้นให้ความนิยมในการปลูกต้นไม้ชนิดนี้เป็นอย่างมากถึงขนาดที่ว่ามีสถานที่เที่ยวและเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกต้นบอนไซกันเลยทีเดียว

ทำความรู้จักกับบอนไซ

คำว่า บอนไซ ในภาษาญี่ปุ่นเป็นการคำสองคำที่แปลว่ากระถางกับการปลูกมาควบรวมไว้ด้วยกัน ความหมายของบอนไซจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวต้นไม้เพียงอย่างเดียวแต่ยังรวมไปถึงเรื่องของการปลูก การพิจารณาความงดงาม ความชื่นชมของตัวต้นบอนไซที่ปลูกลงในกระถางสำหรับต้นบอนไซโดยเฉพาะ การพยายามเฝ้ามองดูการเจริญเติบโตของกิ่งก้าน รูปทรงของตัวใบ รากที่ชอนไชไปในดิน รวมถึงรูปทรงของกระถางต้นไม้ที่ใช้ปลูกด้วย ถือว่าเป็นงานอดิเรกกึงๆ งานศิลปะประเภทหนึ่งของคนญี่ปุ่นที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามสวนหรือบ้านของพวกเขา นอกจากการมีความสุขกับการได้นั่งชมความงดงามของต้นไม้เหล่านี้แล้วยังรวมไปถึงเรื่องของการตัดแน่งทรงกิ่งของต้นบอนไซให้ดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย นี่คือประเด็นสำคัญที่ทำให้การปลูกต้นบอนไซไม่เหมือนกับการปลูกต้นไม้ชนิดอื่นๆ หากจะพูดกันอย่างละเอียดระหว่างการปลูกต้นบอนไซกับการปลูกต้นไม้ประเภทอื่นๆ ก็คือ คนที่เลือกจะปลูกบอนไซต้องมีการตัดแต่ง หรือทำการดัดแปลงเพื่อให้กิ่งของบอนไซมีลักษณะใกล้เคียงกับต้นไม้ใหญ่ที่เราไม่สามารถปลูกในบ้านได้ทั้งข้อจำกัดเกี่ยวกับพื้นที่ก็ตาม บอนไซเองจึงมีการถูกดัดแปลงเรื่องการตัดแต่งกิ่งให้เหมือนกับต้นไม้ใหญ่ที่ถูกย่อส่วนลงมาให้อยู่ในกระถาง อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ไม่สามารถปลูกเองได้การได้ชมต้นบอนไซก็ถือว่าเป็นงานอดิเรกที่มีความเพลิดเพลินเหมือนกัน

ประวัติบอนไซ

วัฒนธรรมการปลูกบอนไซเริ่มมาตั้งแต่ยุคเฮอัน เป็นการนำเข้ามาจากจีนในยุคราชวงศ์ถัง ก่อนเริ่มได้รับความนิยมในชนชั้นสูงและเหล่าซามูไรที่ปลูกกันเป็นงานอดิเรกช่วงยุคคามาคุระ พอเข้าสู่ยุคเอโดะ บอนไซและการแต่งสวนแบบต่างๆ ก็เริ่มได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ถือว่าช่วงนี้เป็นยุคเฟื่องฟูของบอนไซเลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามด้วยความที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันทำให้ค่านิยมการปลูกบอนไซกลายเป็นเรื่องของคนมีอายุ เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยนิยมกระทั่งหลังปี 1990 ชาวต่างชาติได้เริ่มให้ความสนใจและมีการนำไปปลูกเองกันเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันนี้

TOKYO ART BOOK FAIR เป็นงานในรูปแบบใด มีอะไรในงานนี้บ้าง

คนญี่ปุ่นถือเป็นอีกชนชาติหนึ่งของโลกที่รักในการอ่านหนังสืออย่างมาก จะสังเกตได้ว่าเวลาเห็นคนญี่ปุ่นเดินไปไหนมาไหนก็มักจะมีหนังสือติดตัวกันตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้เองเวลาที่มีงานหนังสือต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นก็มักจะได้รับความนิยมกันอย่างมาก ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดงาน TOKYO ART BOOK FAIR ขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นและภายในงานก็มีความน่าสนใจต่างๆ มากมายให้ได้เข้าไปเยี่ยมชมกันด้วย

รูปแบบและความน่าสนใจในงาน TOKYO ART BOOK FAIR

TOKYO ART BOOK FAIR เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับหนังสือและสิ่งพิมพ์ศิลปะที่เริ่มต้นจัดกันขึ้นมาตั้งแต่ปี 2009 ในปีที่ผ่านมานี้จึงนับว่าเป็นครั้งที่ 9 ที่งานนี้ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยสถานที่จัดงานชื่อ Warehouse TERRADA ถือว่าเป็นสถานที่จัดงานขนาดใหญ่กว่าครั้งผ่านๆ มา งานแห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่รวมของ Zine, Art Bok แบบอุ่นหนาฝาคั่งทั้งจากแกเลอรี่สำนักพิมพ์, ศิลปินอิสระ ทั้งในและนอกญี่ปุ่นกว่า 350 บูธ มีการแบ่งการจัดงานนิทรรศการออกเป็น 2 ฝั่งของตึก ปีนี้มีผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการคือ Beams ทำให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมในงานแห่งนี้จะได้รับถุง Beams ที่มีความเหนียวแน่น สวยงาม คุณภาพเยี่ยมใส่หนังสือหิ้วกลับบ้านกันไปอย่างอิ่มเอมใจ ทางเข้างานในครั้งนี้ต้องต่อลิฟต์ขึ้นไปด้วย โดยตัวงานจะแบ่งออกเป็นสองฝั่งของตึก ตึกด้านขวามีการจัดงาน 2 ชั้นประกอบไปด้วย Floor A ชั้น 4 และ Floor T ชั้น 5 จะเป็นส่วนของบูธขายสินค้าทั้งหมด ส่วนฝั่งตึกด้านซ้ายจะเป็นโซนหนังสือจากต่างประเทศและนิทรรศการ ซึ่งมีความน่าสนใจดังนี้

  1. Floor A – เป็นส่วนของคนทำหนังสือ มีสิ่งที่น่าจับตามองมากอย่าง Photo Zine และงาน Art Book จำนวนมาก เน้นหลักๆ จะเป็นของคนญี่ปุ่น ส่วนใหญ่งาน Photo Zine จะไล่ไปตั้งแต่ Fashion Photo, Collage Photo งานพอร์ทเทรดส่วนตัว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอื่นๆ ที่น่าสนใจภายในโซนแห่งนี้อีกหลายอย่าง
  2. Floor T – เป็นส่วนของศิลปินอิสระ แม้จะดูเล็กแต่น่าสนใจเน้นไปที่งาน illustration กันเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ก็มีของน่ารักๆ จำพวกสติกเกอร์, ถุงผ้า, เข็มกลัด ที่จะเน้นความอินดี้ให้ได้เดินเลือกชมกันอย่างจุใจไปเลยทีเดียว

โซนนิทรรศการ – จะมีบูธร้านค้าต่างประเทศ และปีนี้มีโครงการพิเศษมุ่งเน้นการเผยแพร่วัฒนธรรมจากเอเชีย 4 ชาติ คือ จีน, เกาหลี, ไต้หวัน และสิงคโปร์ ให้ภัณฑารักษ์ได้คัดเลือกหนังสือศิลปะจาก 4 ประเทศนี้มาวางจำหน่ายและจัดแสดงในงานนิทรรศการโดยเฉพาะกันเลยทีเดียว

ผลงานอันสวยงาน ALBERT SAMRETH และ GOR SOUDAN ที่ไม่มีคนได้เห็นมาก่อน

ในช่วงของปี 2014 ได้มีการจัดนิทรรศการโดยได้ความร่วมมือ และเป็นเจ้าภาพ AIT และ The Backers Foundation แล้วได้มีศิลปินมาจากทั่วทวีปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แอฟริกา, เอเชีย, อเมริกาใต้ โดยพวกเขาจะมาสร้างสรรค์ผลงานในที่นี้ด้วย แล้วก็จะมาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างๆ ภายในประเทศของพวกเขากันเองในรูปแบบระบบการศึกษา แต่ศิลปินที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในงาน และโดดเด่นมาก มีอยู่ 2 คน ดังต่อไปนี้

ALBERT SAMRETH เกิดที่ 1987 ในประเทศ อเมริกา ตัวของเขามีแนวคิดที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พร้อมเปิดสตูดิโอ แล้วยังมีส่วนในกระบวนการธรรมชาติในหนทางที่มีระบบ แนวคิดของศิลปะ แล้วการแสดงภาพนี้จะเป็นการแสดงในรูปแบบใหม่ที่ได้คิดขึ้นเอง  แล้วได้มาแนวคิดมาจากในวันที่ฝนตก ในช่วงฤดูร้อน แล้วการทำงานนี้ได้ในส่วนของการนำกราฟฟิกเข้ามาช่วยด้วยโดยจะเป็นสำหรับรูปจะเป็นมาในรูปแบบ รังนกแก้วสีเทา

Gor Soudan เกิดที่ 1983 เคนยา ในแนวความคิดศิลปะของเขามาในแนวใหม่แล้วยังมีรูปภาพที่สวยงดงามมาก โดยจะ วาดภาพในอวกาศ แล้วการวาดด้วยลายเส้นที่มีแนวอิสระเป็นของตัวเอง พร้อมมีของมาโชว์ในศิลปะในงานครั้งนี้ที่สูตดิโอ

การบรรยายนิทรรศการโชว์การบรรยาย การรักษา และความรัก

ในงานนี้ถือว่าเป็นงานที่หาได้เป็นอย่างยากยิ่ง แล้วการจัดในนิทรรศการนี้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 โดยผู้จัด Backers พร้อมด้วยมูลนิธิ AIT จะทำการเสนอผลงานของผู้หญิงท่านหนึ่งที่มีศิลปะอันงดงามที่มีนามว่า Chaw Ei Thein  จากประเทศพม่า ในศรีลังกา

Chaw Ei Thein เกิดขึ้นที่ประเทศพม่า 1969 ผู้หญิงคนนี้ถือว่ามีประสบการณ์สูงมากแล้วเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จในการอยู่ประเทศพม่า แถมยังเป็นที่รู้จักในพม่าในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในรูปแบบภาพวาดเขียน และการปั้น ชีวิตของเธอคนนี้ช่างมีแต่ความน่าเศร้าแม้แต่บ้านเกิดของเธอที่อยู่ ในนิวยอร์ก ยังไม่สามารถจะกลับประเทศของเธอได้เลย เนื่องจากถูกนิรเทศ แล้วต้องดูถึงการเลือกตั้งในประเทศพม่าว่า เธอจะได้รับการกลับบ้านหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป และอาจมีท่าที่ต้องอยู่ที่นี่เสมอไป

แล้วบุคคลอีกท่าน Krishnapriya Tharmakrishnar เกิดในปี 1987 แล้วใช้ชีวิตอยู่ในประเทศพม่าทางตอนเหนือของศรีรังกา แล้วตัวเขาเองยังได้พบประสบการณ์ที่ไม่มีคนอยากจะได้สัมผัสในเรื่องนี้นั้นก็คือ สงครามกลางเมืองแบบรุนแรงแล้วยังต้องมาสูญเสียครอบครัวซึ่งเป็นที่รักไปจากในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เธอได้นึกคิดอะไรหลายอย่างแล้วได้วาดรูปในกระดาษ พร้อมให้จุดบรรยายในคำสั่น “เส้นบางๆ ที่เห็นก็ยังมีส่วนให้พบแนวทางชีวิตแม้ความฝันก็ต้องทิ้งไป”

บุคคลทั้งสองศิลปินถือว่าได้สร้างสรรค์ผลงานไว้แบบรากลึกสุดเศร้าในประสบการณ์ที่ได้ไปเจอมาแล้วถูกเก็บไว้ในความจำที่เกิดจากสงคราม แล้วผลงานในครั้งนี้ที่พวกเธอได้พบเจอมาก็ได้ถูกถ่ายทอดมาเป็นแบบศิลปะแอบแฝงแล้วมอบสิ่งนี้ให้สำหรับคนที่ได้มารับชมแล้วรับฟังในเหตุการณ์ที่พวกเธอได้พบเจอ

การแสดงงาน “การรักษา และความรัก” จะถือว่าเป็นผลงานเก่า แต่จะมาเป็นศิลปะในรูปแบบที่กรุงโตเกียวจะพบเจอได้ พร้อมผลงานวาดภาพทาสี โดย Chaw Ei Thein

ในนิทรรศการนี้ได้ถูกจัดขึ้นในกรุงโตเกียว ในวันเสาร์ 9 กรกฎาคม 2016 แล้วเปิดให้ผู้คนได้เข้าชมงานแบบฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดทั้งสิ้น แล้วผู้ให้การสนับสนุนในครั้งนี้สบทบขึ้นมาคือ YAMAMOTO Gendai และ Loko Gallery

ถ้าหากใครอยากเห็นศิลปะของสองท่านนี้แบบเต็มๆ สงสัยต้องไปประเทศญี่ปุ่นแล้วละ

ศิลปะสมัยใหม่แบบคอมพิวเตอร์ พร้อมนักแสวงบุญที่ได้เข้ามาร่วมในงานนี้

AIT ARTIST TALK honlind

ทาง AIT รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่จะได้เป็นเจ้าภาพในงานสำหรับการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดจากชาวเนเธอร์แลนด์ แล้วคนพูดคุยในครั้งนี้ด้วย Rory Pilgrim ในส่วนของการทำงานในครั้งนี้ได้จัดขึ้นทำภายในประเทศญี่ปุ่น แล้วมีแรงสนับสนุนของโครงการนี้จาก Mondriaan Fonds

ผู้คนที่ได้เข้ามาร่วมงานจะได้ออกมาพูดคุยในเรื่องต่างๆ ที่จะให้ในการสำรวจในความคิดเห็นในเรื่องใหม่ๆ อย่าง เทคโนโลยี จากผู้คนที่ได้เข้ามาร่วมงาน แล้วภายในงานได้มีการบอกกล่าวเทคโนโลยี ว่าจะเป็นศิลปะในรูปแบบใด พร้อมบอกเรื่องราวของอิทธิพลของคอมพิวเตอร์มันก้าวไปไกลในรูปแบบที่รวดเร็ว แถมยังมีผู้แสวงบุญต่างๆ มาแต่งเพลงกับการที่เขาได้เข้ามาในงานศิลปะ AIT ที่จัดขึ้นโดยเฉพาะ

ในงานนี้จะมีผู้แสวงบุญซะส่วนใหญ่ที่ได้เข้ามาในงาน แล้วยังได้คิดออกแบบท่าเต้นให้พิพิธภัณฑ์ Stedelijk พร้อมจับมือช่วยกันกับวัยรุ่นในการสร้างสรรค์บทเพลงมาให้สถานที่นั้นอีกด้วยนั้นเอง แถมยังได้สร้างสิ่งที่ให้น่าจดจำได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นต่อไปอีกในการทำภาพยนตร์เกี่ยวกับ ไตรภพศึกษาสิทธิ ชื่อเรื่องว่า “ศักดิ์สิทธิ์คลัง”

ในงานนี้ที่มีคนได้ไปร่วมงานกันต้องปรับความเข้าใจของภาษากันเล็กน้อย เนื่องจากมีบ้างกลุ่มยังไม่สามารถสื่อสารด้วยกันได้เนื่องจากคนละประเทศกัน แล้วจะใช้ภาษามือในการบอกซะส่วนใหญ่ในครั้งนี้ แต่งานในครั้งนี้ที่จัดขึ้นก็เป็นไปได้อย่างราบรื่น แล้วภายในงานผู้ที่เป็นนักแสวงบุญ ได้มาพูดเกี่ยวกับในเรื่องของการ ออกกำลังกาย เพื่อให้ดำรงการใช้ชีวิตประจำวันได้แบบสะดวก แล้วจะนำเสนอไปยังในโลกของอินเตอร์เน็ตในการบริหารการออกกำลังกาย เพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างอย่างสำหรับบ้านเมืองต่อไป

อย่างไรก็ตามการจัดงานนี้ขึ้นก็ได้มีความสนุกมาก ทาง AIT รู้สึกยินดีที่ทุกคนได้เข้ามาในงานครั้งนี้

AIT ผสมผสานศิลปะในไทยเพื่อเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

THAI ART

โครงการ AIT ยินดีต้อนรับสำหรับศิลปินชาวไทย แล้วได้คิดกิจกรรมเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน โดยศิลปิน Penwadee Nophaket Manont ที่เคยได้ไปอยู่ใช้ชีวิตในประเทศไทยพร้อมศิลปินท่านๆ ด้วยเช่นกัน ในส่วนของโครงการนี้ได้ถูกจัดขึ้นที่ ฮาราจูกุ โดยได้พูดคุยในเรื่องศิลปะร่วมสมัยเข้าด้วยกัน โดยโครงการนี้ได้คิดมานานมากแล้วที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน ตั้งแต่ที่ได้อยู่เมืองไทย กรุงเทพ – เชียงใหม่

สำหรับการพูดคุยในงานจะเป็นการนำเสนอในเรื่องศิลปะที่ได้พบเจอในประเทศไทย เพราะในช่วงนั้นประเทศไทย กำลังมีเรื่องภายในประเทศอยู่เนื่องจากการเมืองประท้วง แล้วพวกศิลปินเขาก็จะมาเล่าเรื่องในเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่มันหาประสบการณ์ไม่ได้ง่ายๆ มาให้ฟังกันหมดเปลือกในที่นี้ ว่าเขามีชีวิตหนีรอดมาได้ยังไง

แล้วนี่ถือว่าเป็นโอกาสที่จะให้ศิลปินได้ฟังในงาน แล้วภายในงานยังมีอาหารค่อยเสริฟ์พร้อมเครื่องดื่มจากพ่อครัวฝีมือดี และเก่งมากที่สุด ที่จะให้อาหารไทย

แล้วในส่วนนี้จะมีกิจกรรมค่าใช้ประมาณดังนี้

จัดไปเมื่อ 12 มีนาคม ในชิบุย่า แล้วมีความจุ 20 คน ขึ้นไป ในส่วนของผู้ดูแลงานในการแลกเปลี่ยนศิลปะในครั้งนี้ คุณ นาโอโกะ พนักงาน แล้วผู้แปลภาษาอย่าง ซาโตชิอิเดะ

ผู้คิดริเริ่มโครงการ : ศิลปะโตเกียว AIT

การประชุมสัมมนาศิลปะที่เป็นกิจกรรมแบบสนุก Perla Montelongo

ice Montelongo

AIT ยอมรับที่จะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานในครั้งนี้ แล้วทางนี้เคยได้เชิญชวนคนมาให้ได้สนุกร่วมกันในงานที่ถูกจัดขึ้น แล้วยังมีส่วนหนึ่งของ MAD เพื่อสร้างการติดต่อนักศิลปะได้ง่ายมากยิ่งขึ้นไปอีกพร้อมได้โชว์ศิลปะนานาชาติร่วมกัน แล้วการบรรยายในที่ประชุมในครั้งนี้จะเป็นการพูดแบบภาษาอังกฤษ

การประชุมที่จัดขึ้นแต่ก่อนบอกได้เลยว่ามันช่างสุดยอดมาก ซึ่งเป็น รางวัลศิลปะนิสสัน 2015 แล้วถูกจัด BankArt  พร้อมกับเจ้าหน้าที่หลายๆ คนแล้วยังได้โชว์ผลงานสำหรับการแสดง แล้วยังมีผลงานที่โชว์แบบกันเอง

งานแบบของที่นี่ต้องบอกเลยว่าดีมากเสียจริงถ้าไม่มาบอกเลยพลาด เพราะจัดขึ้นเพียง 1 วันแล้วไม่รู้ว่าจะมีมาอีกเมื่อไรโดยมันจะเริ่มทำกิจกรรมตั้งแต่ บ่ายหนึ่งลากยาวไปถึง ห้าโมงเย็นเป็นอย่างน้องในช่วงนี้ แล้วได้สอนการบรรยายแล้วกิจกรรมทั้งหมดไว้ดังนี้

ในช่วงเวลานี้ของกิจกรรมต้องบอกได้เลยว่าอยากจะให้เข้าถึงกระบวนศิลปิน แล้วพร้อมได้ฟังแล้วบรรยายต่างๆ เกี่ยวกับหลายสิ่งในด้านศิลปะ แล้วยังได้สอนสิ่งที่เรียกว่า การศึกษาไว้ทั้งหมดเป็นคำนึกคิดกลั่นกรองให้มีความหมายขึ้นมา

  • เห็น ให้ใช้มุมมองในการมองโลก
  • ความรู้สึก ให้ความไว้ใจ
  • ทำ เพือการสร้างแรงใจในการทำงานแล้วได้มีแนวคิดใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ

การมีศิลปะตัวละครในแบบแช่แข็งเพื่อได้เรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่สนุก

ในหนนี้จะเป็นเชิงศิลปะแบบปฏิบัติ แล้วยังมาในรูปแบบของอนาคตเพื่อการดำเนินงาน แล้วผู้คิดค้นผลงานอันนี้คงจะหนีไม่พ้น Perla Montelongo ที่คิดถ่ายทอดเชิงการทำให้คนแช่แข็งแล้วถ่ายรูปออกมา จนถือว่ามันคือ สิ่งที่แปลกใหม่แล้วยังทำให้คนที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมได้มีความสุขแล้วรู้จักกันมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย